มีจุดเริ่มต้นของความคิดมากมายในวัยเด็กของผม ที่ว่าโตขึ้นอยากจะเป็นอย่างนั้นหรืออยากเป็นโน้น จนบางทีเราเองก็

รู้สึกว่าอยากเป็นไปหมดทุกอย่าง แต่นั่นก็เป็นความคิดแบบเด็กๆครับ ผมโตมาในครอบคร้วที่เป็นลูกหลานชาวนา โดยที่

คุณพ่อกับคุณแม่มีผมเพียงคนเดียว ไม่มีพี่น้อง ทำให้ผมอาจจะถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กเพราะด้วยเหตุผลดังกล่าวมา แต่นั่น

ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ผมจะเสียนิสัยครับ อาจจะด้วยคุณแม่ของผมท่านเป็นครูจึงมีวิธีกำราบผมสารพัดวิธีครับ

...แต่นั่นก็เป็นแรงจูงใจของผมด้วยเหมือนกันครับว่า ถ้าผมอยากเป็นอะไร หรืออยากทำอะไร ผมต้องได้ทำในสิ่งนั้นๆ

เหมือนกับสิ่งที่ผมต้องการอยู่ทุกวันนี้ ก็เป็นแรงผลักดันจากความฝันในวัยเด็กของผมด้วยเช่นกันที่่ทำให้ผมเริ่มสานฝัน

ของตัวเองเรื่อยๆมาถ้ามีโอกาสหรือปัจจัยพอเหมาะพอควรที่จะทำ ...ผมก็คงขอนึกไปเขียนไปเท่าที่จะจำได้ครับ...

เพื่ออยากที่จะเล่าสู่กันฟัง..และไว้สำหรับกระตุ้นเตือนความทรงจำในวัยเด็กของผมให้กลับคืนมาอีกครั้งครับ....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

...หนังกลางแปลงกับเด็กชายป็อบ

มหรสพชาวชนบทอย่างผม ในสมัยเด็กๆคงไม่มีสิ่งไหนจะผูกพันกับผมเท่า

หนังกลางแปลงครับ เพราะเท่าที่จำความได้ถ้าที่วัดมีงาน หรือบ้านใคร

มีงานก็คงหนีไม่พ้น สองอย่างคือ ลิเก กับหนังกลางแปลงครับ โดยที่สมัย

ผมยังเป็นเด็กๆ จะมีหน่วยหนังในดวงใจอยู่ไม่กี่หน่วยเพราะว่าไม่ได้ออก

ไปดูไกลจากบ้าน และหน่วยที่พบเห็นอยู่เป็นประจำก็จะเป็นหน่วยเดิมๆ

ขออนุญาตกล่าวถึงครับ หน่วยบริการปทุมพร าพยนตร์ ยานาวา

กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีจ่าทุม ที่เป็นเจ้าของหน่วยและถือเป็นคนในพื้นที่

สมัยนั้นครับ ที่สำคัญเป็น Idol ของผมตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ครับ โดยที่

หนังในยุคนั้นๆจะเป็นหนังแนวจีนกำลัง ายในที่ไม่มีเสียง ต้องพากษ์กัน

แบบสดๆครับ ซึ่งถ้าเป็นคนที่มีอายุตอนนี้ 30 กว่าปีขึ้นไปอย่างผมก็น่าจะ

ยังพอจำได้ว่ามันสนุกแค่ไหนที่ได้ดูหนังแบบนี้ ส่วนถ้าเป็นหนังไทยก็คง

หนีไม่พ้นแนวบู้ล้างผลาญแบบยิงกันสนั่นจอหรือประเ ทร้อยตำรวจเอก

ปลอมตัวมาอย่างหนังเรื่องทอง ที่มีอยู่หลาย าค หรือยุคสมัยของ

ดาราคู่ขวัญ ในยุคผม ทูล จารุณี พี่เอก สรพงษ์ พี่ลักษณ์ อ ิชาติ หรือ

ดาวร้ายอย่างพี่ดามห์ พี่พิ พ ู่ ิญโญ และอีกหลายๆคนที่ยังอยู่ในใจ

...ในยุคนั้น หนังกลางแปลง ถือเป็นมหรสพ ที่เป็นที่นิยมอย่างมากครับ

เพราะดูได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีแนวออกอนาจารเหมือนกับปัจจุบัน และ

เป็นเพราะว่าหนังถือเป็นสื่อบันเทิงที่ไม่สามารถหาดูได้ง่าย ดังนั้นในการ

นำเสนอแต่ละครั้งจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ชมครับ....

กลับมาที่เรื่องของผมต่อครับ..เดี๋ยวจะลืม ในสมัยเด็กเวลามีหนังแต่ละครั้ง

เด็กๆรุ่นผมจะัมีความสุขมากๆ เริ่มจากการที่พวกเราจะนั่งคอยดูรถหนัง

ตั้งแต่รถจะเลี้ยวเข้ามาปากทางเจ้าวัด หนังจ่าทุมจะเป็นหน่วยบริการที่

ชาวบ้านวัดอัมพวันบ้านผมและระแวกใกล้เคียงจะรู้จักเป็นอย่างดีครับ

เพราะเป็นหน่วยเก่าแก่ที่ฉายกันมาอย่างยาวนาน จนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน

..สมัยนั้นก็ไม่พ้นหน่วยบริการของจ่าทุม เช่นเคยครับที่พวกผมตั้งหน้า

ตั้งตารอคอย...มาแล้ว รถหกล้อขนาดย่อมๆที่ไม่รู้หรอกว่ากี่แรงม้ากำลัง

เลี้ยวเข้ามา แต่หน้ารถหกล้อมีมอเตอร์ไซด์ขับนำหน้าอยู่ 3-4 คัน ใครหว่า

หลังจากที่รถทั้งหมดจอด ก็รู้ว่ารถมอเตอร์ไซด์ที่นำหน้าเป็นแก็งพี่อู๊ด ซึ่ง

เป็นลูกชายคนหนึ่งของจ่าทุม ขับมาจากกรุงเทพครับ เหลือเชื่อมาก..

พี่อู๊ดจะทำหน้าที่เหมือนผู้คุมหน่วย เพราะเท่าที่สังเกตุพี่อู๊ดจะเป็นคนฉาย

และปรับแต่งเครื่ีองเสียง ลองแสงเตาฉายครับ..และพี่ก็เป็นหนึ่งในต้นแบบ

ของผมที่ลักจำมาจนถึงทุกวันนี้..ยังครับ ยังไม่ได้ทำอะไรเลยไปเรื่อยๆๆ

อีกแล้วผม หลังจากที่พวกพี่ๆที่มากัน 5-6 คน พักกันหายเหนื่อยแล้วก็จะ

เริ่มงานกันโดยที่เลือกสถานที่ก่อนว่าจะตั้งบริเวณใด ให้ใกล้กับงานมาก

ที่สุด เช่นงานที่ใช้ศาลาก็จะพยายามตั้งจอใกล้ศาลาครับ จากนั้นก็จะเริ่ม

ลงของกันแล้ว โครงจอที่เสียบมาบนรถจะถูกวางเรียง แบบคร่าวๆก่อน

ว่าอะไรอยู่ตรงไหน แล้วก็จะตั้งขาตั้งลำโพง และตู้ลำโพงตามลำดับครับ

ส่วนอีกทีมหลังจากที่ตั้งลำโพงแล้วก็จะขยับไปตั้งหน่วยฉายด้านหน้าจอ

..สมัยผมไม่ค่อยมีนั่งร้านเครื่องฉายครับ จะตั้งกับพื้นดินเลยทั้งเครื่องฉาย

และเครื่องเสียง แต่เครื่องเสียงอาจจะดีหน่อยเพราะจะมีชั้นวางเฉพาะ

...ทีมตั้งจอประกอบแป๊ปแล้วครับ จอสิบเมตรสามช่องสี่เสาถูกขันน๊อต

ล็อคเรียบร้อย ด้านบนโครงจอถูกยกสูงโดยเอาเก้าอี้มาวางโครงไว้เพื่อ

ให้ง่ายต่อการผูกผ้าจอ ต่อมาก็จะกางผ้าจอโดยขึงให้ตึงทุกด้านและผูก

เชือกไว้ด้านบนขอบจอเสาละสองเส้น เพื่อใช้หน้าหลังครับ ถึงเวลาแล้ว..

..ถึงเวลาที่เด็กชายป็อบและพรรคพวกเตรียมเสนอหน้ากันแล้วครับ....

เพราะว่าอยากมีส่วนร่วมเหลือเกินแต่ก็รอจังหวะนี้อยู่ครับ...พี่อู๊ดเริ่มมอง

มาที่กลุ่มเด็กๆแล้วกวักมือเรียก ปรี๊ด..เลยครับวิ่งกันแบบมิได้นัดหมาย

วิ่งเข้าไปช่วยนะครับ ไม่ได้วิ่งหนี..พี่อู๊ดเรียกให้เด็กๆไปช่วยถือเชือกด้าน

หลังเพราะว่าคนไม่พอเนื่องจากต้องเอาคนไปขับรถและไล่เหยียบเสาตอน

ที่ต้องใช้รถดึงเชือกจอเพื่อกระดกจอขึ้น เด็กๆอย่างพวกผมก็แค่่ประคอง

เชือกไว้ครับ ไม่ได้ออกแรงอะไรเพราะตอนที่เริ่มตึง พี่ๆเขาก็จะละเสามา

ดึงแทน เพราะกันไม่ให้จอคว่ำหน้าลงไปครับ..แค่นี้ก็ปลื้มแล้วครับที่ได้มี

ส่วนร่วมในการตั้งจอหนังเพื่อที่จะได้เอาไว้โม้ให้คนอื่นๆฟัง ว่าจอนี้เราตั้ง

มากับมือ..นี่แค่เพิ่งเริ่มต้นครับ ยังมีความสนุกรออยู่อีกมากมายครับ......